ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

Les noms

คำนาม (Les noms): เพศของคำนามในภาษาฝรั่งเศส(ต่อ)

                   ...จากบทความที่แล้วเราได้รู้แล้วว่าคำในภาษาฝรั่งเศสมักจะมีเพศเป็นของตัวเอง แถมมีบางคำที่เราเห็นแล้วสามารถรู้ได้เลยว่าเป็นเพศอะไร อย่างเช่น พ่อ แม่ เด็กผู้หญิง เด็กผู้ชาย...แล้วถามว่าถ้าเป็น...โต๊ะ เก้าอี้ กระดาษ กาว มด เปียโน...เราจะรู้ได้อย่างไรล่ะ ว่าคำไหนเป็นเพศชาย คำไหนเป็นเพศหญิง คำตอบอย่างซื่อตรงคือ แม้แต่คนฝรั่งเศสก็ยังงงๆ ไม่รู้จะอธิบายยังไง เนื่องจากไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัวในเรื่องนี้ 


แต่ในบทความนี้จะขอเสนอ "หลักการสังเกตคำ" ว่าคำไหนเป็น เพศชาย หรือ เพศหญิง 

หลักการสังเกตคำที่เป็น เพศชาย
1. ฤดู, วันของสัปดาห์, เดือน และทิศ เป็น เพศชาย
    printemps  [แพรงต็อง]  ฤดูใบไม้ผลิ
    été  [เอเต]  ฤดูร้อน
    janvier  [ช็องวิเย่]  เดือนมกราคม
    février  [เฟวริเย่]  เดือนกุมภาพันธ์
    nord  [นอคฺ]  ทิศเหนือ
    sud  [ซุด]  ทิศใต้

2.คำนามส่วนใหญ่ที่ลงท้ายด้วย "-age" เป็น เพศชาย
   village  [วิลลาชเชอ]  หมู่บ้าน
   visage  [วิซซาชเชอ]  ใบหน้า
   âge  [อาชเชอ]  อายุ
   courage  [กูคาชเชอ]  ความกล้าหาญ
        **ยกเว้นคำต่อไปนี้ เป็น เพศหญิง
            cage  [กาชเชอ]  กรง
            nage  [นาชเชอ]  การว่ายน้ำ
            rage  [คาชเชอ]  ความโกรธ
            image  [อิมาชเชอ]  รูปภาพ
            page  [ปาชเชอ]  หน้าหนังสือ
            plage  [ปลาชเชอ]  หาดทราย 

3. คำนามส่วนใหญ่ที่ลงท้ายด้วย "-u" หรือลงท้ายด้วยสระตัวเดียว เช่น a, e, i, o, u เป็น เพศชาย
     cou  [กู]  คอ
     chapeau  [ชาโป]  หมวก
     stylo  [สติโล]  ปากกา
     sofa  [โซฟา]  เก้าอี้นวมยาว
     bateau  [บาโต]  เรือ
     roti  [โคติ]  เนื้อย่าง
     piano  [เปียโน]  เปียโน
     café  [กาเฟะ]  กาแฟ
          **ยกเว้นคำต่อไปนี้ เป็น เพศหญิง
              eau  [โอ]  น้ำ
              clé  [คเล]  ลูกุญแจ
              vertu  [แวคฺตูว]  คุณธรรม
              villa  [วิลล่า]  บ้านตากอากาศ
              glu  [กลู]  กาว
              fourmi  [ฟูคฺมี]  มด

4. คำนามส่วนใหญ่ที่ลงท้ายด้วย "-s, -z" หรือคำส่วนใหญ่ที่ลงท้ายด้วยพยัญชนะ เป็น เพศชาย
     bras  [บรา]  แขน
     nez  [เน]  จมูก
     crayon  [เครยง]  ดินสอ
     fils  [ฟิส]  ลูกชาย
     riz  [คี]  ข้าว
     mur  [มูคฺ]  กำแพง
          **ยกเว้นคำต่อไปนี้ เป็น เพศหญิง
              fois  [ฟัว]  ครั้ง
              brebis  [เบรอบี]  แกะตัวเมีย
              vis  [วี]  ตะปูควง
              oasis  [โออาซิส]  โอเอซิส
              souris  [ซูคี]  หนู

5. คำนามส่วนใหญ่ที่มาจากภาษาอังกฤษ เป็น เพศชาย
    bus  [บุส]  รถเมล์
    ticket  [ติกเก]  ตั๋ว
    taxi  [ตักซี]  รถแท็กซี่
    football  [ฟุตบอล]  ฟุตบอล

6. คำนามส่วนใหญ่ที่ลงท้ายด้วย "-ier, -ment, -cle, ail"เป็น เพศชาย
    cahier  [กาเย]  สมุด
    travail  [ทราวาย]  งาน
    papier  [ปาปิเย]  กระดาษ
    batîment  [บาติม็อง]  ตึก
    jugement [ชูชม็อง]  การตัดสิน
    siècle  [ซิแยกเกลอ]  ศตวรรษ

หลักการสังเกตคำที่เป็น เพศหญิง
     การสังเกตคำนามที่เป็นเพศหญิงจะง่ายกว่า เพราะคำนามเพศหญิงมักลงท้ายด้วย e
1. ชื่อผลไม้ลงท้ายด้วย "-e"  เป็น เพศหญิง
     pomme  [ปอมเมอ]  แอปเปิ้ล
     orange  [โอคองเชอ]  ส้ม
     banane  [บานานเนอ]  กล้วย
     mangue  [มองเกอ]  มะม่วง
          **ส่วนชื่อผลไม้ที่ลงท้ายด้วยพยัญชนะอื่น เป็น เพศชาย
               melon  [เมอลง]  แตงไทย
               ananas  [อานานา]  สับปะรด

2. คำนามส่วนใหญ่ที่ลงท้ายด้วยพยัญชนะ 2 ตัวเหมือนกัน และตามด้วย "-e"  เป็น เพศหญิง
    salle  [ซาลเลอ]  ห้องใหญ่
    bicyclette  [บิซิแกลตเตอ]  จักรยาน
    bouteille  [บูเตยเยอ]  ขวด
    serviette  [แซคฺวิแยตเตอ]  กระเป๋าหนังสือ
         **ยกเว้นคำต่อไปนี้ เป็น เพศชาย
             beurre  [เบอคฺ]  เนยเหลว
             tonnerre  [ตอนแนคฺ]  ฟ้าผ่า, ฟ้าร้อง
             verre  [แวคฺ]  แก้วน้ำ
             mille  [มิลเลอ]  พันไมล์

3. ชื่อประเทศที่ลงท้ายด้วย "-e" และชื่อทวีปทั้งหมด เป็น เพศหญิง
    Thaïlande  [ไตลองเดอ]  ประเทศไทย
    Chine  [ชีนเนอ]  ประเทศจีน
    France  [ฟร๊องเซอ]  ประเทศฝรั่งเศส  
    Angleterre  [อองเกลอแตคฺ]  ประเทศอังกฤษ   
    Europe  [เออคอปเปอ]  ทวีปยุโรป
    Asie  [อาซี]  ทวีปเอเชีย
         **ยกเว้นคำต่อไปนี้ เป็น เพศชาย
             Mexique  [เม็กซีกเกอ]  ประเทศเม็กซิโก

4. คำนามส่วนใหญ่ที่ลงท้ายด้วย "-çon, -ion, -son, -té"และ tie เป็น เพศหญิง
    leçon  [เลอซง]  บทเรียน
    façon  [ฟาซง]  วิธีทำ
    maison  [เมซง]  บ้าน
    moitié  [มัวทิเย]  ครึ่ง
         **ยกเว้นคำต่อไปนี้ เป็น เพศชาย
             camion  [กามิยง]  รถบรรทุก
             billion  [บิลิยง]  หนึ่งพันล้าน
             poisson  [ปัวซง]  ปลา
             million  [มิลิยง]  หนึ่งล้าน

5. คำนามส่วนใหญ่ที่ลงท้ายด้วย "-e -ée -ie -ue -té -ure -ance -ence" และคำนามที่เป็นนามธรรม เป็น เพศหญิง
    fée  [เฟ]  นางฟ้า
    chaleur  [ชาเลอคฺ]  ความร้อน
    sortie  [ซอคฺตี]  ทางออก
    science  [ซิอองเซอ]  วิทยาศาสตร์
    lecture  [เลกตูคฺ]  การอ่าน
    vue  [วู]  ทัศนียภาพ
    **ยกเว้นคำต่อไปนี้ เป็น เพศชาย
        musée  [มูเซ]  พิพิธภัณฑ์
        parapluie  [ปาคาปลุย]  ร่มกันฝน
        lycée  [ลิเซ่]  โรงเรียนมัธยม
        incendie  [แองซองดี]  ไฟไหม้

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

โครงงาน IS1

                                         โครงงาน IS1                      เรื่อง       การเรียนภาษาที่สองให้ประสบความสำเร็จ                                                                    จัดทำโดย                                                   นส. สานันทินี แก้วพวง เลขที่ 10                                                            ชั้นมัธยมศึกษาปีที่...

สนธิสัญญาโตเกียว

สนธิสัญญาโตเกียว ต้นเหตุเกิดก่อนสงครามโลกครั้งที่2 เกิดจากในยุโรป ณ ขณะนั้น เริ่มมีกลิ่นอายของสงคราม โดยฝรั่งเศส เห็นความเคลื่อนไหว ของทางฝั่งเยอรมันนี ศัตรูตัวเอ้ ของตน ที่กำลังซ่องสุมกำลังพล เพื่อแก้แค้นจากการที่ถูกฝรั่งเศส และชาติพันธมิตรของฝรั่งเศสกดขี่ข่มเหงด้านต่างๆ ทั้งด้านการทหาร ทรัพยากร เศรษกิจ และค่าปรับจากปฏิกรรมสงครามจำนวนมหาศาล จากการฝ่ายแพ้สงครามโลกครั้งที่1 ทำให้เกิดภาวะเงินที่เฟื้อสูงมาก เงินค่าเงินมาร์คแทบจะไร้ค่า ผู้คนเยอรมันพากันอดยาก ยากแค้น เป็นจำนวนมาก จนกระทั่งมีนายอด๊าฟ อิตเลอร์ ชาวออสเตรีย สัญชาติเยอรมัน ผู้นำแห่งพรรคนาซี เข้ามาเป็นความหวังใหม่ขึ้นมา เขาผู้นี้นำพรรคนาซีก้าวขึ้นเป็นรัฐบาล สร้างโครงการขนาดใหญ่ ทั้งถนน หนทางทางรถไฟ สถานที่ราชการ สนามกีฬาเพื่อจัดกีฬาโอลิมปิก รถยนต์ของประชาชน นามโฟร์ก สวาเกนซ์ โดยยึดแนวคิดสังคมนิยม และการกำหนดนโยบายให้รัฐตัวจักรสำคัญเป็นตัวนำในการขับเคลื่อนและกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อสร้างชาติรัฐขึ้นมาใหม่ และในขณะเดียวกันก็ได้ทำการแอบซ่องสุมฝึกฝนคนของตน ให้เข้มแข็ง มีระเบียบวินัย เพื่อใช้ทางการทหารแอบแฝง แม้เมื่อเกิดสงครามก็แปรเปลี่...

แบบจำลองอะตอม

แบบจำลองอะตอม วิวัฒนาการของแบบจำลองอะตอมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีดังนี้ แบบจำลองอะตอมของดอลตัน แบบจำลองอะตอมของทอมสัน แบบจำลองอะตอมของรัทเทอร์ฟอรด์ แบบจำลองอะตอมของโบร์ แบบจำลองอะตอมแบบกลุ่มหมอก แบบจำลองอะตอมของดอลตัน เป็น "ทรงกลมตันมีขนาดเล็กที่สุด ซึ่งแบ่งแยกไม่ได้" ทฤษฎีอะตอมของจอห์นดอลตัน 1. สารทุกชนิดประกอบด้วยอนุภาคขนาดเล็กที่สุดเรียกว่า "อะตอม" 2. อะตอมจะไม่สามารถแบ่งแยกได้ และไม่สามารถสร้างขึ้นใหม่ได้ 3. อะตอมของธาตุชนิดเดียวกันจะมีสมบัติเหมือนกันทุกประการ 4. อะตอมของธาตุต่างกันจะมีสมบัติต่างกัน 5. ธาตุตั้งแต่สองชนิดขึ้นไปสามารถรวมตัวกันเกิดเป็นสารประกอบ โดยมีอัตราส่วนการรวมตัวเป็นตัวเลขอย่างง่าย เช่น CO CO2 แบบจำลองอะตอมของทอมสัน 1. อะตอมมีลักษณะเป็นทรงกลม 2. อะตอมประกอบด้วยอนุภาคอิเล็กตรอนที่มีประจุเป็นลบ อนุภาคโปรตรอนมีประจุเป็นบวก 3. อะตอมจะมีโปรตรอนและอิเล็กตรอนกระจายอยู่ทั่วไปอย่างสม่ำเสมอ อะตอมเป็นกลางทางไฟฟ้า เพราะ มีจำนวนประจุบวกเท่ากับประจุลบ แบบจำลองอะตอมของรัทเทอร์ฟอร์ด "อะตอมจะประกอบด้วยนิวเคลียสที่มีโปรตอนรวมตัวกันอยู่อย่างหน...