ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก
ชาวฝรั่งเศสมีวัฒนธรรมการนอนกลางวัน จึงส่งผลให้ประเทศอาณานิคมของฝรั่งเศสชอบนอนกลางวันตามไปด้วย อย่างไรก็ตามในส่วนลึกของวัฒนธรรม คล้ายคลึงกับของอังกฤษและอิตาลีอยู่แล้ว ไม่สามารถแบ่งได้ชัดเจนเด่นชัด เช่น การจับมือ ภาษา เป็นต้น

สิ่งที่ควรทำ – ไม่ควรทำ

1.คุณสามารถกล่าวทักทายว่าบงชู (Bonjour) ซึ่งหมายถึงสวัสดีตอนเช้า
หรือบงซัว (Bonsoir) ที่หมายถึงสวัสดีตอนเย็น
กล่าวลาเมื่อจะจากไปด้วยคำว่า โอ”เครอ”วัว (Au revoir)  ที่แปลว่า ลาก่อน
และกล่าวขอบคุณว่า แม็กซิ (Merci) ได้

2. วิธีทักทายสำหรับคนที่รู้จักกันนั้นคือการแลกจูบแก้มซึ่งกันและกัน ไม่ว่าคู่ทักทายของคุณจะเป็นหญิงหรือชาย ตามงานพิธีต่างๆ ชาวฝรั่งเศสใช้วิธีชนแก้มกันทั้งสองข้าง (la bise) ว่ากันว่าชาวปารีสนิยมแนบแก้มกันถึง 4 ครั้ง ถ้าเป็นเมืองนอกเขตปารีสทำเพียง 2 ครั้ง




3. เมื่อไปรับประทานอาหารตามภัตราคารอย่าตะโกนเรียกบริกรว่า”การ์ซ็อง (garçon)” ที่ตรงกันกับภาษาอังกฤษว่า boy ซึ่งในภาษาฝรั่งเศสถือว่าไม่ สุภาพ ควรเรียกว่าเมอซิเออร์ และกล่าวคำว่า ซิล วู เปล ซึ่งแปลว่ากรุณา เวลาสั่งอาหารหรือขออะไรเพิ่มเติมจึงถือว่าสุภาพและควรถอดหมวก เสื้อคลุม โอเวอร์โค๊ดหรือแจ้กเก็ต เพื่อแสดงความเคารพต่อสถานที่ก่อนทุกครั้ง





4. สนามหญ้าในฝรั่งเศสมีไว้ให้ดูและชื่นชมความเขียวชอุ่ม ห้ามแตะต้องเด็ดขาด ยกเว้นตามสนามหญ้าที่เปิดเป็นสาธารณะ หากคุณละเมิดกฏเข้าไปในสนามหญ้าซึ่งมีป้าย pelouse interdite แปลว่า สนามหญ้าห้ามเข้า กำกับอยู่ ถือว่าคุณทำผิดกฏหมาย


5. เมื่อชาวฝรั่งเศสต้องการโบกมือลาเขาจะยกมือพร้อมกับขยับนิ้วขึ้นลง ๆ

                                                             



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

โครงงาน IS1

                                         โครงงาน IS1                      เรื่อง       การเรียนภาษาที่สองให้ประสบความสำเร็จ                                                                    จัดทำโดย                                                   นส. สานันทินี แก้วพวง เลขที่ 10                                                            ชั้นมัธยมศึกษาปีที่...

สนธิสัญญาโตเกียว

สนธิสัญญาโตเกียว ต้นเหตุเกิดก่อนสงครามโลกครั้งที่2 เกิดจากในยุโรป ณ ขณะนั้น เริ่มมีกลิ่นอายของสงคราม โดยฝรั่งเศส เห็นความเคลื่อนไหว ของทางฝั่งเยอรมันนี ศัตรูตัวเอ้ ของตน ที่กำลังซ่องสุมกำลังพล เพื่อแก้แค้นจากการที่ถูกฝรั่งเศส และชาติพันธมิตรของฝรั่งเศสกดขี่ข่มเหงด้านต่างๆ ทั้งด้านการทหาร ทรัพยากร เศรษกิจ และค่าปรับจากปฏิกรรมสงครามจำนวนมหาศาล จากการฝ่ายแพ้สงครามโลกครั้งที่1 ทำให้เกิดภาวะเงินที่เฟื้อสูงมาก เงินค่าเงินมาร์คแทบจะไร้ค่า ผู้คนเยอรมันพากันอดยาก ยากแค้น เป็นจำนวนมาก จนกระทั่งมีนายอด๊าฟ อิตเลอร์ ชาวออสเตรีย สัญชาติเยอรมัน ผู้นำแห่งพรรคนาซี เข้ามาเป็นความหวังใหม่ขึ้นมา เขาผู้นี้นำพรรคนาซีก้าวขึ้นเป็นรัฐบาล สร้างโครงการขนาดใหญ่ ทั้งถนน หนทางทางรถไฟ สถานที่ราชการ สนามกีฬาเพื่อจัดกีฬาโอลิมปิก รถยนต์ของประชาชน นามโฟร์ก สวาเกนซ์ โดยยึดแนวคิดสังคมนิยม และการกำหนดนโยบายให้รัฐตัวจักรสำคัญเป็นตัวนำในการขับเคลื่อนและกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อสร้างชาติรัฐขึ้นมาใหม่ และในขณะเดียวกันก็ได้ทำการแอบซ่องสุมฝึกฝนคนของตน ให้เข้มแข็ง มีระเบียบวินัย เพื่อใช้ทางการทหารแอบแฝง แม้เมื่อเกิดสงครามก็แปรเปลี่...

แบบจำลองอะตอม

แบบจำลองอะตอม วิวัฒนาการของแบบจำลองอะตอมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีดังนี้ แบบจำลองอะตอมของดอลตัน แบบจำลองอะตอมของทอมสัน แบบจำลองอะตอมของรัทเทอร์ฟอรด์ แบบจำลองอะตอมของโบร์ แบบจำลองอะตอมแบบกลุ่มหมอก แบบจำลองอะตอมของดอลตัน เป็น "ทรงกลมตันมีขนาดเล็กที่สุด ซึ่งแบ่งแยกไม่ได้" ทฤษฎีอะตอมของจอห์นดอลตัน 1. สารทุกชนิดประกอบด้วยอนุภาคขนาดเล็กที่สุดเรียกว่า "อะตอม" 2. อะตอมจะไม่สามารถแบ่งแยกได้ และไม่สามารถสร้างขึ้นใหม่ได้ 3. อะตอมของธาตุชนิดเดียวกันจะมีสมบัติเหมือนกันทุกประการ 4. อะตอมของธาตุต่างกันจะมีสมบัติต่างกัน 5. ธาตุตั้งแต่สองชนิดขึ้นไปสามารถรวมตัวกันเกิดเป็นสารประกอบ โดยมีอัตราส่วนการรวมตัวเป็นตัวเลขอย่างง่าย เช่น CO CO2 แบบจำลองอะตอมของทอมสัน 1. อะตอมมีลักษณะเป็นทรงกลม 2. อะตอมประกอบด้วยอนุภาคอิเล็กตรอนที่มีประจุเป็นลบ อนุภาคโปรตรอนมีประจุเป็นบวก 3. อะตอมจะมีโปรตรอนและอิเล็กตรอนกระจายอยู่ทั่วไปอย่างสม่ำเสมอ อะตอมเป็นกลางทางไฟฟ้า เพราะ มีจำนวนประจุบวกเท่ากับประจุลบ แบบจำลองอะตอมของรัทเทอร์ฟอร์ด "อะตอมจะประกอบด้วยนิวเคลียสที่มีโปรตอนรวมตัวกันอยู่อย่างหน...